“ยศชนัน”ชูวิสัยทัศน์ผลักดันไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน เดินหน้าประกันกำไรเกษตร 30% .
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย แสดงวิสัยทัศน์ในรายการ “เกาะติดเลือกตั้ง ’69 และการออกเสียงประชามติ” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อค่ำวันที่ 7 มกราคม 2569 โดยย้ำแนวคิดการพัฒนาประเทศแบบมองทั้งระบบ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำเป็นผู้นำแห่งความสามัคคี นาทีนี้ เก่งคนเดียว นำประเทศไม่ได้
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ทุกครั้งที่พูดถึงปัญหาหนี้ สังเกตว่าตนจะไม่เริ่มจากเรื่องหนี้เป็นอันดับแรก แต่จะเริ่มจากเป้าหมายใหญ่ คือการทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เพราะหากรายได้ของประเทศและประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ ปัญหาหนี้จะคลี่คลายตามมา พร้อมย้ำว่าการพัฒนาต้องไม่มองแค่ระยะ 10 หรือ 20 ปี แต่ต้องกำหนดแนวทางการทำงานในแต่ละปีอย่างชัดเจน อะไรที่ทำได้ต้องเร่งทำ อะไรที่ยังไม่มีศักยภาพก็ต้องเปิดรับความร่วมมือจากต่างประเทศ ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเตรียมความพร้อมของคนไทย
วิสัยทัศน์ดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงการปฏิรูประบบการศึกษาทั้งระบบ โดยเฉพาะการศึกษาอาชีวะ ที่ต้องปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมขั้นสูง เสริมทักษะวิชาชีพขั้นสูงให้ผู้เรียน หากโรงเรียนทำไม่ได้เพียงลำพังก็ต้องประสานความร่วมมือกับโรงงานและผู้ประกอบการ เพื่อฝึกงาน ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ขณะเดียวกันฝั่งแรงงานก็ต้องเร่งอัปสกิล เพิ่มขีดความสามารถ เพื่อให้ทุกภาคส่วนขยับไปพร้อมกันทั้งระบบ
สำหรับนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายยึดหลักว่าเกษตรกรไม่ควรขาดทุนจากการเพาะปลูก หากต้นทุนการผลิต เช่น ข้าว อยู่ที่ 8,ยศชนันชูวิสัยทัศน์ผลักดันไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืนเดินหน้าประกันกำไรเกษตร000 บาทต่อหน่วย และเกษตรกรควรได้กำไรในระดับหนึ่ง หากได้ต่ำกว่ากรอบที่กำหนด รัฐบาลจะเข้าไปชดเชยเฉพาะส่วนที่ขาด แต่หากราคาตลาดสูงกว่ากรอบดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณแทรกแซง
อย่างไรก็ตาม หน้าที่สำคัญของรัฐบาลคือการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยต้องบูรณาการทุกมิติ ทั้งความมั่นคง การต่างประเทศ และพาณิชย์ พร้อม “ติดอาวุธ” ให้ทุกกระทรวงสามารถเจรจาแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางกรณีไม่จำเป็นต้องชำระเป็นเงินสด แต่อาจแลกเปลี่ยนด้วยสินค้า เช่น ยางพารา หรือสินค้าที่ประเทศคู่ค้าจำเป็น พร้อมกำหนด KPI ชัดเจนให้แต่ละกระทรวงเดินหน้าทำงานร่วมกัน
ในประเด็นความโปร่งใสและการป้องกันคอร์รัปชัน ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แก้ปัญหาในทุกมิติ ทั้งการกิโยตินกฎหมายที่ซ้ำซ้อน และการยกระดับบริการประชาชนผ่านระบบ One Stop Service ด้วยโครงสร้างดิจิทัลหลังบ้าน และการทำงานแบบ Rule-based เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาใต้โต๊ะได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ รัฐบาลดิจิทัลต้องเดินควบคู่กับ Open Government เพื่อเปิดเผยข้อมูลและให้สังคมเข้ามาตรวจสอบได้ เมื่อเกิดความผิดปกติในระบบจะสามารถตรวจพบได้ทันที รวมถึงการจัดการปัญหาทุนเทา โดยการติดตามผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) ของการลงทุนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรัฐหรือการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด ภายใต้การบูรณาการข้อมูลของภาครัฐ โดยคำนึงถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ศ.ดร.ยศชนัน ประกาศจุดยืนว่า หากได้รับความไว้วางใจ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เปิดใจรับฟังเสียงประชาชนทุกฝ่าย ไม่สร้างความขัดแย้งเพราะประเทศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ จึงหมดเวลาของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พร้อมย้ำว่า ความเก่งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการนำประเทศ แต่ผู้นำต้องทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้ เป็นผู้นำแห่งความสามัคคี มีวิสัยทัศน์มองไกล และเชื่อมโยงพลังของคนทั้งประเทศ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้
相关文章:
- 练马师刘学:时隔半年没有比赛,伊犁马赛事有变数
- 今年起单位代扣代缴增值税,个人偷税将变难
- 退役老兵冒雪献血救军属
- 绿联在2026年CES上推出由AI NAS领衔的新智能生态系统
- Pole Star Global推出海事透明度指数
- 爱科百发宣布复方氯丝右哌甲酯胶囊(爱智达®)在中国获批用于治疗注意缺陷多动障碍
- Xe bánh mì chay 'Vuông Tròn' của 2 cô gái Bắc
- 农村别墅大全知识介绍 农村别墅设计风格
- 上汽回应欧盟反补贴税决定:应避免人为设置新能源汽车贸易壁垒
- Lễ tổng kết và trao giải cuộc thi viết 'Thanh Niên và tôi': Nhắc nhớ hành trình 40 năm
- Republicans demand federal action over alleged Minnesota fraud scandal
- 受强降雨影响,铁路上海站部分旅客列车停运(附停运车次)
- 曼联与纽卡斯尔之战:马丁内斯手球争议引发新裁判判决
- 暖羊风突袭《疾风之刃》 2015春节时装抢购火
- 九纹龙史进:从史家村少庄主到少华山寨的传奇人生
- 联杯中国队出局摆兵布阵赛后引发争议,网友:不影响张之臻成赢家
- 贾琏为何对宝钗“敬而远之”:血缘、利益与礼教的深层博弈
- 神迹觉醒后期最强职业排行一览
- 《碧蓝航线》2025冬日快闪点燃玩家热情 三城线下嘉年华圆满落幕
- 6 วันช่วงเทศกาลปีใหม่ ดำเนินคดี "เมาแล้วขับ" 3,731 คดี
